รีวิว In The Tall Grass เดินหลงในพงหญ้า

สตรีมมิ่ง Netflix น่าจะเป็นสตูดิโอหนึ่งที่ขยันหยิบเอานวนิยายสยองขวัญของ “สตีเฟ่น คิง” เอามาดัดแปลงขึ้นจอใหญ่บ่อยที่สุดเจ้าหนึ่ง แถมปีนี้หนังที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายของคิง ที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ก็อัดแน่นมาตั้งแต่ต้นปีไม่ว่าจะเป็น Pet Sematary, It Chapter Two และ Doctor Sleep (ภาคต่อของ The Shining) ที่กำลังมีโปรแกรมเข้าฉายในเดือนหน้า

 In The Tall Grass

สำหรับ In The Tall Grass นั้นบอกเล่าเรื่องราวของเบคกี้ (เลย์สลา เดอ โอลิเวียร่า) สาวท้องแก่ที่เดินทางมากับพี่ชายของตัวเองอย่างคาล (เอเวอรี่ ไวแอต) จนกระทั่งเมื่อทั้งสองผ่านถนนที่ริมทางเต็มไปด้วยหญ้าสูงท่วมศีรษะและดูกว้างสุดลูกหูลูกตา ส่วนถนนฝั่งตรงข้ามเป็นโบสถ์ร้าง อันเป็นสิ่งปลูกสร้างเดียวในบริเวณนั้น จู่ๆเบคกี้ก็ได้ยินเสียงเรียกขอความช่วยเหลือชองเด็กชายคนหนึ่งจากในพงหญ้า

แม้ว่าตอนแรกทั้งสองจะลังเล แต่สุดท้ายคาลก็จำใจเดินเข้าไปในพงหญ้าและเบคกี้ก็เดินตามเข้าไป ไม่นานนักทั้งสองก็เกิดพลัดหลงกัน แม้ว่าจะตะโกนเรียกกันเท่าไหร่พวกเขาก็หากันไม่เจอสักที ทั้งสองเริ่มสงสัยว่าพงหญ้าแห่งนี้เป็นเขาวงกตที่ไร้ทางออก คาลจึงออกความคิดเพื่อดูว่าที่จริงแล้วทั้งสองอยู่ห่างกันแค่ไหน เขาจึงส่งสัญญาณให้กระโดดขึ้นพร้อมๆกัน ในครั้งแรกพวกเขาอยู่ใกล้กันเพียงแค่ไม่กี่ก้าว แต่เมื่อการกระโดดครั้งที่สองเริ่มขึ้น คาลก็ต้องใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเขาพบว่าเบคกี้อยู่ห่างออกไปนับร้อยเมตรเพียงภายในไม่กี่วินาที พวกเขาจึงรับรู้ได้ทันทีว่าทุ่งหญ้าแห่งนี้มีอะไรที่ไม่ปกติอย่างรุนแรง

เมื่อตะวันเริ่มจะลับขอบฟ้า สองพี่น้องค้นพบว่าก่อนหน้านี้มีอีกครอบครัวเดินหลงเข้ามาในพงหญ้าแห่งนี้เช่นกัน ซึ่งประกอบไปด้วยโทบิ้น(วิลล์ บูเอ้ จูเนียร์) ลูกชาย รอส (แพทริก วิลสัน) ผู้เป็นพ่อ และนาตาเลีย (เรเชล วิลสัน) แม่ รวมไปถึงสุนัขอีกหนึ่งตัว ตกดึกเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องของใครสักคน เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่

In The Tall Grass เป็นหนังที่เล่นกับเรื่องของมิติเวลาโดยอาศัยโลเคชั่นเพียงไม่กี่จุดในการขับเคลื่อนเรื่องราว สถานการณ์ที่พลิกผัน ปมปริศนาลึกลับซึ่งคนดูต้องพยายามทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวละครกันแน่ อีกทั้งยังสร้างความกดดันให้กับตัวละครและส่งต่อมายังผู้ชมว่าทำไมจู่ๆตัวละครในเรื่องจึงมีพฤติกรรมที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปในแบบที่เราคาดไม่ถึง นอกเหนือไปจากนี้ประเด็นที่สตีเฟ่น คิงมักจะแทรกสอดในเรื่องราวของเขาเองอยู่เสมอ และปรากฏอยู่ในหนังเรื่องนี้คือความเชื่อในเรื่องพระเจ้าและสิ่งลี้ลับ ว่าสิ่งใดกันที่มีอิทธิพลต่อมนุษย์มากกว่ากัน

Cr.www.sanook.com

รีวิว In the Tall Grass หนังที่ผู้สร้างบอกน่ากลัวระดับ Hereditary

เรื่องย่อ ที่บางที่อยู่ดีๆ ก็มีชีวิต ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนวนิยายเรื่องสั้นของสตีเฟน คิงและโจ ฮิลล์ เป็นเรื่องราวของคู่พี่น้อง เบ็กกี้และคาลที่ได้ยินเสียงร้องของเด็กชายขาดหายไปในทุ่งหญ้าสูง ทั้งสองรุดเข้าไปในทุ่งเพื่อช่วยเขา แต่กลับพบพลังชั่วร้ายที่ทำให้ต้องหลงทิศและพลัดหลงกัน หลังจากตัดขาดจากโลกภายนอกและหนีออกมาจากพลังดึงดูดของทุ่งแห่งนี้ไม่ได้ เบ็กกี้และคาลจึงได้รู้ว่าสิ่งที่เลวร้ายกว่าการหลงทางคือการที่มีใครสักคนเจอตัว

In the Tall Grass

In the Tall Grass พงหลอนมรณะ เป็น 1 ใน 5 หนังเอ็กซ์คลูซีฟบนเน็ตฟลิกซ์ที่นำมาลงฉลองช่วงเวลาสยองขวัญอย่าง เดือนตุลา-ฮาโลวีน โดยหนังเรื่องนี้นับเป็นหนังเรื่องที่ 2 หลังจาก In the Shadow of the Moon ได้ออกฉายนำไปเป็นเรื่องแรกก่อนแล้ว โดยผลงานเรื่องนี้เป็นการเขียนบทและกำกับโดย วินเซนโซ นาตาลี (Vincenzo Natali) ผู้เคยฝากผลงานไซไฟปริศนาชิ้นเอกอุอย่าง Cube (1997) ไว้เป็นที่โจษจัน โดยความน่าสนใจคือการนำเรื่องสั้นชื่อเดียวกันของ สตีเฟน คิง (Stephen King) ที่เขียนร่วมกับ โจ ฮิลล์ (Joe Hill) ลูกชายของคิง ซึ่งจะทำให้ปีนี้มีหนังที่ดัดแปลงจากนิยายของคิงเข้าฉายพร้อมกันถึง 4 เรื่องเข้าไปแล้ว คือ Pet Semetary, It: Chapter 2, In the Tall Grass และ Doctor Sleep ที่จะเข้าฉายในเดือนหน้า

แม้ว่าหนังจะไม่มีดารานำที่โด่งดังมาเล่น มีเพียง แพทริก วิลสัน (Patrick Wilson) ที่เคยรับบท เอ็ด สามีนักไล่ผีตระกูลวอร์เรน จากหนังสยองแฟรนไชส์ดัง The Conjuring ที่พอได้คุ้นหน้า และนักแสดงที่เหลือเรียกว่าแทบจะโนเนมเลยสำหรับบ้านเรา แต่สิ่งที่ทำให้หนัง เอาอยู่ มาก ๆ คือการเล่าเรื่องที่ล้อยั่วกับความอยากรู้ในใจคนอย่าง เสียงเรียกในพงหญ้ายาวไกลที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือ การค่อย ๆ เผยตัวตนแห่งปริศนาที่คลุมเครือเมื่อพบตัวละครใหม่ในพงหญ้าที่มาพร้อมคำใบ้และคำถามใหม่ ๆ เสมอ และเมื่อเราได้รู้ความคิดความสัมพันธ์อันบิดเบี้ยวแปลกประหลาดของแต่ละคน ความน่ากลัวของสิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติที่ค่อย ๆ ปรากฏกายแท้จริง ก็ผสมผสานความน่ากลัวของพฤติกรรมมนุษย์ กลายเป็นความน่าสนใจที่ทั้งหลอน และชวนค้นหาฉากจบไปพร้อมกัน

วิลสัน ได้รับบทบาทที่น่าจดจำอีกเรื่องหนึ่งโดยส่วนที่ชอบมาก ๆ ของหนังที่พอเล่าได้โดยไม่สปอยล์มาก ก็เช่นการกำหนดเงื่อนไขที่หลอนหัวมากในการเอาตัวรอดจากพงหญ้าสูงนี้ โดยคำใบ้มาจากเด็กชายโทบิ้นตัวละครปริศนาที่วิ่งไปมาในพงหญ้าได้โดยไม่หลงทาง เขากล่าวว่า “มีแต่สิ่งไม่มีชีวิตเท่านั้นที่หญ้าเหล่านี้จะไม่พาเคลื่อนย้ายไปไหน” แล้วหนังก็เผยภาพทางรอดหลังฉากวิ่งวนเวียนในทุ่งวงกตจนเราเหนื่อยล้าแทนตัวละครนำ นั่นคือการนอนตายเป็นศพเท่านั้นเอง นั่นคือจังหวะที่เราขนลุกไปพร้อมตัวละคร และสิ้นหวังกับแสงปลายอุโมงค์ขึ้นมาทันใด นี่ก็เป็นเพียงข้อกำหนดเล็กน้อยที่หนังจากนิยายแนวคิงมักมีให้ป่วนประสาทผู้ชมผู้อ่านเล่นเสมอ และมักทำได้ดีเสมอเช่นกัน

ความน่าสนใจต่อมา นอกจากปริศนาเหนือธรรมชาติซึ่งไม่อนุญาตให้ผู้ใดหนีออกจากพงหญ้าไปได้อย่างที่บอกไปแล้ว ก็คือฉากหลังของเรื่องที่ทำออกมาได้น่าขนลุกมาก ๆ ไม่เพียงพงหญ้าที่กินเวลาอยู่ทั้งเรื่องเท่านั้น ฉากเด็ดที่ผมโปรดเป็นพิเศษคือโบสถ์ร้างฝั่งตรงข้ามของพงหญ้ามรณะ ที่ตั้งตระหง่านให้ทุกตัวละครเห็นแต่ก็ไปไม่ถึง สิ่งปลูกสร้างโดยรอบที่ไม่มีให้เห็นสักหลัง สร้างความสิ้นหวังร้าวรานให้ตัวละครได้ดี เพราะมันไร้วี่แววสิ่งมีชีวิตใดจะมาช่วยเหลือพวกเขาจริง ๆ บรรดารถมากมายหลากหลายยี่ห้อที่จอดจนเก่าเขรอะอยู่หน้าโบสถ์ ก็แสดงนัยยะชวนหลอนที่สุดว่านี่ไม่ใช่ตัวละครกลุ่มแรกที่ถูกพงหญ้ากลืนกินหายไป ตอกย้ำความสิ้นหวังลงไปอีกแบบไม่ต้องพูดอะไรมาก

หนังความยาวเพียง 90 นาที แต่ก็สร้างสถานการณ์แปลกประหลาดน่าสนใจได้ตลอดไม่มีท่าทีไวไป หรือเอื่อยไปแต่อย่างใด การดัดแปลงจากนิยายก็บิดและเลือกทางการเล่าใหม่ที่น่าสนใจมากขึ้นสนุกมากขึ้น อย่างการให้ตัวละครแฟนของนางเอกมาตามหา ซึ่งในนิยายไม่มี ก็ทำให้หนังขับเคลื่อนไปได้ไกลกว่านิยายเยอะมาก ทั้งยังได้เล่นความวิปลาสในใจของตัวละครพี่ชายของนางเอกได้อย่างน่าสนใจขึ้นด้วย แถมหนังไม่มีท่าทีต้องระมัดระวังคำพูดจนกลายเป็นหนังเด็ก ประเด็นแรง ๆ ก็พูดได้เล่าได้ ทำให้หนังมีวาระที่ให้คิดตามเยอะพอสมควร เป็นอีกหนังจากนิยายคิงที่สนุกน่าสนใจมาก ๆ ครับ

Cr.www.sanook.com