รีวิวหนัง Greenland – นาทีระทึก วันสิ้นโลก หนังต่อสู้แอคชั่น

หนัง Greenland หรือชื่อไทยว่า นาทีระทึก…วันสิ้นโลก เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ต้องเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ดาวหางพุ่งชนโลก โดย John Garrity (Gerard Butler), Allison (Morena Baccarin) และ Nathan ลูกชายของพวกเขาต้องเดินทางฝ่าอันตรายเพื่อไปยังสถานที่ปลอดภัย ท่ามกลางข่าวร้ายว่าเมืองต่างๆ ทั่วโลกถูกทำลายด้วยชิ้นส่วนของดาวหางนี้

 Greenland

Greenland บอกเล่าเรื่องราวของดาวหางที่ชื่อว่าคลาร์กหลุดวงโคจรจากอีกระบบสุริยะกำลังพุ่งมายังโลก ซึ่งสะเก็ดดาวนั้นกำลังจะสร้างหายนะและล้างบางมนุษย์ทั่วโลก ทำให้พระเอกและครอบครัวถูกเลือกจากทางประธานาธิบดีให้ไปหลบภัยยังสถานที่รัฐจัดให้ จึงเกิดเป็นการฝ่าฟันวิกฤติ เผชิญหน้าอันตรายเพื่อเอาชีวิตรอด

หลายคนอาจจะเคยผ่าน เคยเห็น เคยได้ยินข่าวเกี่ยวอุกาบาตที่เฉี่ยวโลกมีเศษอุกาบาตหล่นมายังโลกบ้าง แต่ก็ตกลงน้ำไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็หยิบเอาประเด็นนั้นแหละมาต่อยอดว่าถ้าเกิดมันเป็นอะไรขึ้นมาล่ะ ถ้ามันไม่ได้ตกน้ำละ มันตกลงบนพื้นและสร้างความวินาศสันตะโรอย่างรุนแรงล่ะจะเป็นยังไง

ไปดูแบบไม่คาดหวัง แต่ผลลัพธ์คือมันสนุกจริงๆ มันไม่ใช่หนังภัยพิบัติอย่าง The Day After Tomorrow, 2012 หรือหนังภัยพิบัติทั่วไป ที่มีฉาก CG อลังกาล แห่งความชิบหายของภัยพิบัติอย่างรุนแรง ไม่มีฉากเวอร์ๆ เหนือมนุษย์ของตัวเอกเท่ๆ แต่เรื่องนี้มันคือหนังภัยพิบัติที่บอกเล่าว่าความชิบหายที่มนุษย์ธรรมดาๆ อย่างเราอาจประสบพบเจอหากมันเกิดขึ้นจริง และวิบากกรรมตัวละครที่ต้องประสบพบเจอถูกบีบให้เจอปัญหาตลอด ก็ทำให้คนดูไม่ค่อยได้พักหายใจหายคอ ลุ้นเอาเหนื่อยไม่ใช่เล่น

ชอบความที่หนังไม่ได้บันยะบันยังยัดเยียดภัยพิบัติให้ตัวละครเจอตลอด มันใส่มาแบบพอดี แต่หนังยังใส่ใจว่าความเลวร้ายเมื่อเกิดภัยพิบัติจริงๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องภัยพิบัติอย่างเดียวนะ มันยังมีเรื่องราวของมนุษย์ที่เข่นฆ่าเอาเปรียบกัน ขโมยของ ปล้นสะดม หาทางเอาชีวิตรอดไม่สนกฏเกณฑ์ ไม่สนผิดชอบชั่วดี นั่นแหละสิ่งเหล่านี้ยังทำให้มัน Real มากๆ และมันคือสิ่งที่ตัวละครต้องเผชิญ แต่ไม่ใช่ว่าไม่ต้องหนีจากภัยพิบัตินะ มันก็มีนะ และมาทีก็น่ากลัวไม่ใช่เล่น สำคัญคือมันบาลานซ์สิ่งเหล่านี้ได้ดีเลยทีเดียว

สิ่งสำคัญคือเหตุการณ์ต่างๆ หนังมันไม่ได้มีฉากที่ทำให้แบบ “ขนาดนั้นเลยหรอวะ” “เวอร์ไปมั้ง” เช่นแบบสโลโดดข้ามตึกพร้อมไฟที่ลุกไหม้ตามมาข้างหลัง มันไม่มีฉากแบบนั้นเลย อาจจะมีความโชคดีอยู่บ้างในเรื่องนี้ แต่ไม่ใช่ฉากโชว์ปาฏิหาริย์แน่นอน

ด้วยความที่หนังเลือกนักแสดงนำเป็น Gerard Butler ด้วยแล้วนั้น ที่ผ่านหนังเวอร์ๆ มามากมายไม่ว่าจะ 300, หรือตระกูล Has Fallen ที่ค่อนข้างเวอร์ เราก็ติดภาพความเวอร์ของเขาว่าในเรื่องนี้มันต้องมีฉากแบบเวอร์ๆ ของพระเอกให้เราเห็นแน่นอน แต่มันเปล่าเลย เรื่องนี้ Gerard Butlter สะบักสะบอม ไม่มีฉากเท่ๆ เปรียบดั่งมนุษย์เดินดินธรรมดาๆ เนี่ยแหละ มันเลยทำให้เรายิ่งอยากเอาใจช่วย ร่วมลุ้นไปกับทุกเหตุการณ์ที่ตัวละครต้องเจอ

หนังเล่าเรื่องภูมิหลังตัวละครได้อย่างชาญฉลาด ไม่เสียเวลาเล่าแบบเปลืองเวลาหนังเลยก็สามารถทำให้คนดูเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้

และการแสดงของ Morena Baccarin ก็ยอดเยี่ยมจริงๆ ฉากเอาตัวรอดหรือฉากดราม่าก็ทำออกมาได้ดีมากๆ จริงๆ เราชอบเธอตั้งแต่ในซีรีส์ Gotham ละนะ พอได้เห็นการแสดงของเธอในเรื่องนี้ยิ่งทำให้เราคิดว่าเธอมีความสามารถที่ไม่ธรรมดาจริงๆ

สรุปแล้ว โดยภาพรวมของ Greenland มันอาจจะดูไม่ได้แปลกใหม่ แต่ความแปลกใหม่มันคือความแตกต่างในรายละเอียดระหว่างทางที่มันกำลังเกิดขึ้น มันไม่ใช่หนังตามสูตร มันมีฮีโร่ มันคือความธรรมดา ความ real ที่ตัวละครต้องเจอเนี่ยแหละ มันจึงทำให้เราลุ้น ระทึก เอาใจช่วยจนเหนื่อยเลย

ปล. จริงๆ ชอบฉากก่อนจบมากนะ มันปล่อยให้คิดได้ต่อ และพอมาเป็นฉากจบแบบนั้นก็ไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่แอบเสียดายนิดนึง จริงๆ เอาฉากจบนั้นมาใส่ไว้ในหลัง End-Credit จะยอดเยี่ยมมาก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *