รีวิว Cinderella การเติมเต็มในสิ่งที่แอนิเมชั่น- ซินเดอเรลล่า

เรื่องราวของซินเดอเรลล่าได้เดินตามรอยชีวิตของ เอลล่า (ลิลี่ เจมส์) สาวน้อยที่พ่อผู้เป็นพ่อค้าของเธอได้แต่งงานใหม่หลังจากการสูญเสียแม่ไป ด้วยความที่อยากจะให้กำลังใจพ่ออันเป็นที่­รักของเธอ เอลล่าให้การต้อนรับแม่เลี้ยงคนใหม่ (เคท แบลงเชตต์) และลูกเลี้ยงของเธอ อนาสตาเซีย (ฮอลิเดย์ เกรนเจอร์) และ ดริสเซลล่า (โซฟี แมคชีร่า) สู่บ้านของเธอ แต่เมื่อพ่อของเอลล่าได้ด่วน­จากไปอย่างกะทันหัน เธอพบว่าตัวเองได้ตกอยู่ภายใต้ความดูแลของ­ครอบครัวใหม่ที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและโหด­ร้าย สุดท้ายเธอได้กลายเป็นเพียงคนรับใช้สาวที่­ร่างกายเต็มไปด้วยขี้เถ้าและถูกเปลี่ยนชื่­อเป็น ซินเดอเรลล่า เอลล่าเริ่มหมดสิ้นความหวัง แต่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนี้ เธอตั้งใจที่จะรักษาคำพูดสุดท้ายของแม่ที่บอกให้เธอมีความกล้าหาญและจิตใจที่ดี เธอจะไม่ยอมแพ้ต่อความสิ้นหวังหรือเหยียดห­ยามคนที่มารังแกเธอ และเมื่อเธอได้พบกับชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มี­เสน่ห์ในป่า โดยที่ไม่รู้มาก่อนว่าเขาคนนั้นคือเจ้าชายหรือแม้แต่กระทั่งเป็นคนในราชสำนัก เอลล่ารู้สึกเหมือนได้พบกับจิตใจอันดีงาม โชคชะตาของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อราชวัง­ได้ประกาศเชิญให้หญิงสาวทั่วราชอาณาจักรมา­เข้าร่วมงานเลี้ยงเต้นรำ ความหวังของเอลล่าส่องประกายอีกครั้งกับกา­รที่จะได้พบกับ คิทเจ้าเสน่ห์ (ริชาร์ด แมดเดน) แต่แม่เลี้ยงของเธอกลับไม่อนุญาตให้เธอไปร­่วมงานและทำลายชุดไปงานเลี้ยงของเธอเป็นเส­ี่ยงๆ แต่ด้วยข้อดีของเทพนิยาย ความช่วยเหลือจึงมาทันเวลา เมื่อสตรีขอทานผู้ใจดี (เฮเลน่า บอนแฮม-คาร์เตอร์) ได้ก้าวเข้ามาพร้อมกับฟักทองและหนูอีกสองส­ามตัว ที่จะเปลี่ยนชีวิตของซินเด

Cinderella

เรียกได้ว่าเป็นที่ฮือฮาที่ดิสนีย์ประกาศที่จะสร้างภาพยนตร์คนแสดงจากแอนิเมชั่นที่ตัวเองเคยสร้างไว้ ซึ่งต่อยอดจาก Alice in wonderland และ Maleficent เมื่อปีที่แล้วที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

เรื่องราวในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นี้คือจะดำเนินตามแอนิเมชั่นแบบถอดแบบมาเลยทีเดียว และเติมเต็มความรู้สึก และสิ่งที่แอนิเมชั่นไม่ได้กล่าวไว้ได้อย่างลงตัวมาก เจ๊เคท เล่นเป็นแม่เลี้ยงได้ใจจริงๆ นางฟ้าแม่ทูนหัว ถึงจะมีมาแค่ฉากเดียว ขโมยซีนได้สุดยอดมาก

ถือว่าเป็นการนำเอาแอนิเมชั่นมาขึ้นจอใหญ่อีกครั้งที่สมศักดิ์ศรีดิสนีย์ที่นำเอาผลงานค่ายตัวเองมาเป็นภาพยนตร์ที่ดราม่าครอบครัว สร้างแรงบัลดาลใจสร้างความกล้าและเมตตาตามคอนเซปภาพยนตร์ได้จริงๆ แล้วคุณจะรู้ว่า ภาพยนตร์เรื่องนึงสามารถทำให้คุนคิดบวก มีความกล้าและเมตตาขึ้นมาเพื่อสร้างสรรโลกนี้ให้สวยงามยิ่งขึ้นเลยก็ว่าได้ ส่วนตัวผมให้เต็ม 10/10 ไปเลย มันโดนมันเพอร์เฟคมากที่สุด

ปล. Frozen Fever มีความยาว 7 นาที เป้นอะไรที่เซอร์ไพร์และเอาอยู่มาก แอดมินให้ 9/10 ไปเลยสำหรับแอนิเมชั่นขนาดสั้นภาคต่อเรื่องนี้ หัก1 คะแนนเพราะมันสั้นไปอยากดูเยอะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *