รีวิว หนัง Ip Man 4 : The Finale – ยิปมัน 4 เดอะไฟนอล

หนัง Ip Man 4 หนังภาคที่ 4 กับเรื่องราวของปรมาจารย์ชื่อดัง ยิปมัน ในภาคนี้คือการที่เขาได้พบกับศิษย์เอก บรูซ ลี และฝึกสอนจนมีชื่อเสียงระดับโลก แต่ไม่นานเขาก็เริ่มป่วยระยะสุดท้าย จึงอยากเผยแพร่วิชาที่เขาได้ร่ำเรียนมาไปสู่อเมริกาเพื่อหาโรงเรียนและหาอนาคตใหม่ให้กับลูกชาย แต่มันไม่ง่ายแบบนั้นเพราะเขาต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่อเมริกา

Ip Man

ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าหนัง Ip Man ที่อ่านว่ายิปมัน ไม่ใช่ ไอ-พี แมน จะเดินทางมาถึง ภาคที่ 4 ได้ จากใจจริงคิดว่ามันจบดีไปตั้งแต่ภาค 2 แล้ว แต่ก็ทำภาค 3 ออกมา แถมยังมีภาคแยก Master Z ออกมาอีก และแน่นอนว่าออกมากี่ภาคก็ไปดูอยู่ดี เพราะความมันในฉากแอ็คชั่นก็ยังคงสร้างความบันเทิงให้เหมือนเดิม

จนมาถึง Ip Man 4: The Finale ที่แน่นอนว่าเป็นภาคปิดคงจะไม่มีต่อแล้ว (ก็เขียน The Finale ซะแบบนั้น) นับว่าเป็นเวลานานเหมือนกันที่ทิ้งห่างจากภาค 3 ในปี 2016 กับเรื่องราวบั้นปลายชีวิตของอาจารย์ยิปมันที่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งชนิดร้ายแรง แต่ตนเองก็ติดปัญหาอยู่เรื่องเดียวคือลูก ที่มีความคิดเห็นสวนทางกัน ยิปมันอยากให้ลูกมีการศึกษาดีๆ แต่ลูกอยากเป็นอาจารย์สอนกังฟูเหมือนพ่อ เลยทำให้ยิปมันตัดสินใจเดินทางไปอเมริกาเพื่อหาโรงเรียนให้ลูกเรียน ประจวบเหมาะกับคำเชิญของลูกศิษย์อันเป็นที่รักอย่าง บรูซลี ที่ได้ชวนไปดูเขาแข่งพอดีพอดี แต่พอไปที่นู่นก็เจอกับปัญหาต่างๆ มากมาย รวมถึงการต้องกู้ศักศรีดิ์ของชาวจีนในไชนาทาวน์จากทหารอเมริกันสุดโหดด้วย

ภาคนี้มีประเด็นเล่าเยอะกว่าภาคก่อนๆ พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวาระสุดท้ายของตัวยิปมันเอง เรื่องปัญหาครอบครัว เรื่องคนจีนในสังคมอเมริกา แต่ทุกเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นมันกลับถูกถ่ายทอดออกมาได้ธรรมดาและเช๊ยเชย คือบทมันเพลเซฟมากเกินไป สูตรสำเร็จมากเกินไปจริงๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฉากต่อสู้มันก็ยังสนุกอยู่ ถึงแม้เราจะคิดว่ามันไม่พีคหรือน่าตื่นตาตื่นใจเท่าภาคก่อนๆ ที่ผ่านมาก็ตาม

ที่เราจั่วหัวไปว่าเป็นภาคที่ “อิหยังวะ” เยอะที่สุดแล้ว คือเรื่องแรกที่เห็นชัดๆ เลย มันต้องมีการต่อสู้กันของทหารอเมริกาและยิปมัน ซึ่งมันมีฉากที่ทางฝั่งอเมริกาบ่นโวยวายว่าเนี่ยการต่อสู้ที่พวกเราใช้คือเก่งที่สุดในโลกไอ้มวยจีนอย่างกังฟูหรือหย่งชุนจะมาสู้ได้ยังไง แต่ไอ้การต่อสู้ที่พวกนายใช้มันคือคาราเต้ ซึ่งมันมีต้นกำเนิดมาจากญี่ปุ่นไม่ใช่หรอ – – ดูไปดูมาก็รู้สึกตะหงิดๆ ยังไงชอบกลไม่รู้ และ “อิหยังวะ” ต่อมาคือการที่ในเรื่องมีกังฟูหลายชนิดมาก แต่ดันเอามาเหมือนจะบอกว่าหย่งชุนดีที่สุด คือมีอาจารย์คนอื่นๆ ต้องมาปะทะฝีมือกับคาราเต้ แต่ดันแพ้หมด เหมือนมวยเหล่านั้นกลาเป็นตัวประกอบไปซะอย่างนั้น ยังไม่หมดเท่านั้น “อิหยังวะ” ต่อมาคือประเด็นเรื่องพ่อลูกที่คลี่คลายง่ายเหลือเกิน และในภาคนี้ไม่รู้ทำไม อะไรนิดอะไรหน่อย เอะอะจะหาเรื่องต่อยกันอย่างเดียวเลย อันนี้ไม่พอใจไอ้นี่ “มาต่อยกัน” หลายฉากเป็นแบบนี้เยอะมาก ในใจก็คิดแบบ เออ คนเราหาเรื่องต่อยกันได้ง่ายขนาดนี้เชียว

สรุปแล้ว Ip Man 4: The Finale มันคือภาคจบที่ถ้าคนที่ติดตามมาตลอดก็คงต้องไปดูแหละ มันก็ยังคงสนุก เรื่อยๆ ดูได้เพลินๆ และฉากต่อสู้มันก็ยังคงความบันเทิงอยู่ แต่อย่างที่บอกมันแค่ไม่พีคเหมือนภาคก่อนๆ แล้ว รวมถึง Finale Fight ที่รู้สึกไม่ได้กินใจ ประทับใจ หรือว้าวอะไรเท่าไหร่เลย รวมถึงประเด็นดราม่าแต่ละอย่างในหนังมันธรรมดามากๆ เพลเซฟเกินไปจริงๆ ไม่ได้เอามาขยี้เรียกน้ำตา เหมือนแค่อยากบอกให้คนดูรู้เฉยๆ เท่านั้น ฉากที่เรารู้สึกเอ็นจอยและสนุกกับมันที่สุดในภาคนี้คงเป็นฉากต่อสู้ของบรูซลีนั่นแหละ ถึงจะมีน้อย แต่สนุกสุดละ

ปล. ลูกสาวประธานสมาคมจีนดีงามมาก

Cr.movie.thaiware.com

รีวิวหนัง Dark Waters – พลิกน้ำเน่าคดีฉาวโลก

รีวิวหนัง Dark Waters – พลิกน้ำเน่าคดีฉาวโลก

หนัง Dark Waters หนังที่สร้างมาจากเรื่องจริง กับเรื่องราวของทนายความที่เผชิญหน้ากับบริษัทผลิตสารเคมีรายใหญ่ ซึ่งบริษัทนั้นได้มีความลับ ปล่อยสารเคมีรั่วไหลมากับน้ำซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต

หนังสร้างมาจากเรื่องจริงจากบทความบนนิตยสาร The New York Times เรื่อง The Lawyer Who Became DuPont’s Worst Nightmare (ทนายความผู้กลายมาเป็นฝันร้ายที่สุดของบริษัทดูปองท์) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการฟ้องร้องคดีกัน เมื่อบริษัทเคมีภัณฑ์ยักษ์ใหญ่อย่างดูปองท์ปล่อยสารเคมีอันตรายปนเปื้อนไปกับแม่น้ำ และผลิตภัณฑ์ ที่กินเวลายาวนานมากว่า 40 ปี จึงเกิดการฟ้องร้องจากชาวบ้าน ลามมาถึงทนายความมือดีที่ปกติเขาว่าความปกป้องบริษัทเคมี แต่คราวนี้เขาต้องมาหันหน้าสู้กับบริษัทนั้นแทน

หนังน่าสนใจตั้งแต่วินาทีแรกจนวินาทีสุดท้าย เต็มไปด้วยข้อมูลต่างๆ มากมาย ช่วงเวลา สารเคมี ตัวละคร ถาโถมเข้ามาหาเรามากมาย คือถ้าสมาธิหลุดหรือเผลอไปนิดเดียว คุณอาจจะงงได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ถ้าคุณตั้งใจดูเก็บทุกนาที ก็ไม่ได้ชวนปวดหัวมึนตึ๊บหรือเข้าใจยากแต่อย่างใด เพราะมันเข้าใจง่าย ใกล้ตัว และน่าติดตามมากกว่าที่คิดเยอะ อาจจะมีแค่บางช่วงบางตอนเท่านั้นที่เล่ายืดและชวนง่วงบ้างเล็กน้อย แต่ก็สลับไปมาหลายฉากก็เร็วตื่นเต้นเช่นกัน

อาจมีเนื้อหาบางส่วนที่เรายังสงสัยเกี่ยวกับตัวสารเคมีว่ามันมีอะไรบ้าง แล้วมันส่งผลกระทบอะไรยังไงทางไหน วิธีการใด แล้วปัจจุบันมีการเลิกใช้สารตัวนั้นไปหรือยัง แต่ที่แน่ๆ ช่วงสุดท้ายของหนังนี่เล่นเอากลืนน้ำลาย มีช็อคกันบ้างไม่มากก็น้อย กับความจริงบ้างอย่างที่มันใกล้ตัวมากๆ

ทางด้านนักแสดงนำต้องปรบมือให้ Mark Ruffalo ก่อนเลย กับบทบาททนายความ Robert Bilott ที่แสดงได้ดีจริงๆ แบกหนังได้เลยแหละ อีกทั้ง Anne Hathaway ในบทบาทภรรยา Sarah Bilott ที่ตอนแรกคิดว่าคงตัวประกอบแน่ๆ แต่เอาเข้าจริง ถึงแม้ไม่ได้มีบทบาทมากเท่าไหร่ แต่ออกมาทุกฉากเธอแสดงได้ดีเกินคาดมากๆ เอาจริงๆ นักแสดงทีมนี้แสดงได้ดีมากจริงๆ ไม่รู้จะติอะไรเลย

สรุปแล้ว Dark Waters มันคือหนังน้ำดีที่อยากให้ลองไปดูกันจริงๆ อาจจะไม่ถูกจริตและไม่ใช่แนวใครหลายๆ คน แต่มันก็สร้างการตระหนักรู้อะไรบางอย่างให้เราได้แน่นอน แอบเสียดายนิดนึงที่เป็นเรื่องการฟ้องร้องคดีความกัน แต่มีฉากต่อสู้กันในชั้นศาลน้อยไปหน่อย แอบอยากเห็นฉากแบบนั้นตอนสู้คดีมากๆ แต่โดยรวมแล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่เสียดายถ้าได้ดูได้รู้แน่นอน