Gintama 2 กินทามะ ซามูไรเพี้ยนสารพัด แหกกฎชิมิก่อนไม่รอแล้วนะ

ในที่สุดแฟนมังงะทั้งหลายก็จะได้พบกับภาคต่อของภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นที่เพิ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเรากันแล้ว สำหรับ Gintama 2 หรือที่ใช้ชื่อไทยว่า กินทามะ ซามูไรเพี้ยนสารพัด แหกกฎชิมิก่อนไม่รอแล้วนะ ภาพยนตร์ที่สร้างมาจากมังงะสุดฮิตของญี่ปุ่นที่ครองอันดับหนึ่งบ็อกซ์ออฟฟิศมาหลายสัปดาห์ในปีที่แล้ว

Gintama 2

โดยในภาคนี้หนังก็ยังคงได้ ยูอิจิ ฟุคุดะ ผู้กำกับและเขียนบทคนเดิมจากภาคที่แล้วมานั่งแท่นถ่ายทอดเรื่องราวสุดป่วน รวมทั้งได้ทีมนักแสดงชุดเดิมจากภาคแรกที่ตบเท้าเข้าร่วมถ่ายทอดความฮากันอย่างพร้อมหน้า

Gintama 2 กินทามะ ซามูไรเพี้ยนสารพัด แหกกฎชิมิก่อนไม่รอแล้วนะ ว่าด้วยเรื่องราวของ 3 นักรับจ้างสารพัดนำโดยอดีตซามูไร ซากาตะ กินโทกิ, คางุระ และ ชิมูระ ชินปาจิ กำลังร้อนเงินอย่างหนักเพื่อจะจ่ายค่าเช่าบ้าน พวกเขาจึงหางานพาร์ทไทม์ทำและได้เจอกับ ท่านโชกุน ซึ่งพฤติกรรมสุดเพี้ยนของทั้งท่านโชกุนและนักรับจ้างทั้ง 3 ก็นำไปสู่เหตุการณ์แสนวุ่นวายตามมา

ขณะเดียวกันนักรับจ้างทั้ง 3 ต้องไปพัวพันการแตกหักของหน่วยชินเซ็นกุมิเมื่อ ฮิจิคาตะ โทชิโร ไหว้วานทั้ง 3 ให้ไปต่อกรกับ อิโต คาโมะทาโร ผู้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาของหน่วย โดยจุดมุ่งหมายแท้จริงของอิโตคือการขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วยชินเซ็นกุมิแทน คอนโด อิซาโอะ และร่วมมือกับคู่ปรับเก่าของกินโทกิอย่าง ทากาสุงิ เพื่อล้มล้างโชกุน จนกลายเป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่สุดมันเคล้าเสียงฮาจนกรามค้าง

นับตั้งแต่ครั้งที่ได้ลิ้มรสความฮาในภาคแรกก็เรียกได้ว่าตั้งความหวังกับภาคสองที่ต้องเรียกเสียงหัวเราะได้ไม่แพ้กัน ซึ่ง Gintama 2 ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เพราะนอกจากเหตุการณ์อันแสนจะวุ่นวายที่เกิดทั้งจะสร้างความสนุกสนานเฮฮาปาจิงโกะให้กับผู้ชมอย่างเราแล้ว ในเรื่องของงานบู๊แอคชั่นก็ยิ่งทวีความมันส์มากกว่าภาคก่อน

โดยภาคนี้เราจะได้เห็นการลีลาวาดลวดลายการต่อสู้ของเหล่าซามูไรที่ดุเดือดไปพร้อมกับการสร้างเสียงฮาอย่างไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะพระเอกของเราที่ดูเหมือนจะมีการพัฒนาทักษะความยียวนกวนประสาท ตลกหน้าตายได้แบบไม่มีใครสามารถโค่นเขาลงได้เลย และที่สำคัญยังคงไว้ลายความเป็นฮีโร่สุดฮาไว้อย่างเต็มที่

มากไปกว่านั้นหนังยังได้หยิบยกเอากระแสความฮิตต่างๆ นานามาล้อเลียนกันแทบหยุดขำไม่ได้เลย ให้อารมณ์ประหนึ่งดูหนังของผู้กำกับไทยคนหนึ่งที่ไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ (ไม่บอกก็น่าจะรู้ว่าเป็นใคร) มาใส่ให้ตัวละครในเรื่องเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้น แต่ดูเหมือนจะต่างกันที่ ซามูไรเพี้ยนสารพัด จะมีภาษีที่ดีกว่าตรงที่มีขอบเขตและอยู่ในจังหวะที่ดีไม่มีเดดแอร์ไปเสียเฉยๆ

เชื่อว่าใครที่เป็นแฟน Gintama มาตั้งแต่มังงะจนมาถึงภาพยนตร์ที่เป็นไลฟ์แอคชั่นในภาคแรกก็ไม่สมควรพลาดตีตั๋วไปพิสูจน์ความสนุกอีกครั้งกับเรื่องราวในภาคนี้ รับรองว่าแทบหยุดหัวเราะไม่ได้เลยทีเดียว หากกล่าวโดยรวมก็เรียกว่าฮาเพี้ยนเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือบู๊อย่างมันส์ คนชอบหนังคอมเมดี้สไตล์หลุดโลกแบบญี่ปุ่นๆ ห้ามพลาดเลย

รีวิว Polaroid ถ่ายติดตาย ความสยองขวัญที่ยังคงความจำเจ

ถือเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเพียงเรื่องเดียวที่เข้าฉายในสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับ Polaroid ถ่ายติดตาย ผลงานการกำกับเรื่องแรกของ ลาร์ส เคลฟเบิร์ก (Lars Klevberg) ที่กำลังจะมีภาพยนตร์รีบูต Child’s Play คลั่งฝังหุ่น เข้าฉายในบ้านเราติดต่อกันในเดือนหน้า โดยในเรื่องนี้ รอย ลี (Roy Lee) โปรดิวเซอร์จาก It (2017), The Ring (2002) มาอำนวยการสร้างให้ พร้อมด้วยทีมนักแสดง แคทรีน เพรสคอตต์ (Kathryn Prescott), ฮาเวียร์ โบเทต (Javier Botet) มาแสดงนำ

Polaroid

Polaroid ถ่ายติดตาย ว่าด้วยเรื่องราวของ เบิร์ด ฟิทเชอร์ ได้พบกับกล้องโพลารอยด์ตัวหนึ่งในร้านขายของเก่า แต่แล้วเธอกลับพบว่าผู้ที่ถูกถ่ายด้วยกล้องตัวนี้ล้วนแต่จะต้องตายอย่างน่าสยดสยอง เธอและเพื่อนๆ จึงต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางออกจากสถานการณ์นี้ก่อนที่พวกเธอทุกคนจะถูกมันฆ่า

เรียกได้ว่าความสยองขวัญสุดสะพรึงจาก Polaroid นั้นถือว่าสร้างความตื่นเต้นลุ้นระทึกจิกเบาะได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แม้ว่าหนังจะยังคงเป็นไปตามสูตรหนังสยองขวัญทั่วไปออกจะจำเจเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือความตุ้งแช่ที่ทำออกมาถี่มาก บ้าคลั่งสุดๆ ประเดี๋ยวโดด ประเดี๋ยวตะครุบ ทำเอาหัวใจจะวาย ถึงเราจะจับทางถูกว่าเจ้าผีจากกล้องโบราณนี้จะออกมาตอนไหน แต่เชื่อเหลือเกินว่าหลายๆ คนคงอดตกใจแทบตัวโยนไม่ได้เลย ถึงจะเป็นคอหนังผีก็เถอะ

นอกเหนือไปจากความสยองขวัญที่น่าจะถูกใจคอหนัง (บางส่วน) แล้ว หนังยังนำเสนอประเด็นใหญ่เรื่องการล่วงละเมิดทางเพศจากคนในครอบครัวออกมาได้อย่างสะเทือนใจ แม้ว่าหนังจะเสนอเรื่องนี้ออกมาซับซ้อนซ่อนเงื่อน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกลับทำให้เราแทบจะลืมความน่ากลัวของผีกล้องฟิล์มไปเลย

โดยรวมแล้วแม้หนังจะไม่ได้สร้างความแปลกใหม่ ตัวละครก็ยังมีพฤติกรรมแบบไม่ค่อยเข้าท่า และขาดมิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับหนังแนวนี้มากนัก แต่หากใครที่อยากพิสูจน์ความสะพรึงในครั้งนี้ก็คงไม่เสียหายอะไร เพราะรสนิยมดูหนังของแต่ละคนย่อมมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว อย่างน้อยๆ หนังก็กระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจได้ดีทีเดียว

รีวิว Wonder ชีวิตมหัศจรรย์วันเดอร์

ถือเป็นภาพยนตร์ดราม่าที่มาแรงสุดๆ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ สำหรับ Wonder ชีวิตมหัศจรรย์วันเดอร์ ผลงานการกำกับภาพยนตร์ของ Stephen Chbosky ที่ทำเอาแฟนหนังต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าประทับใจสุด นอกจากจะได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง Julia Roberts และ Owen Wilson มาแสดงนำแล้ว ยังได้หนุ่มน้อย Jacob Tremblay จากหนังดราม่าเรียกน้ำตา Room (2015) มาแสดงฝีมือจนกวาดคะแนนวิจารณ์มามากมาย

Wonder

Wonder ชีวิตมหัศจรรย์วันเดอร์ ว่าด้วยเรื่องราวของ ออกกี พูลล์แมน เด็กชายอายุ 10 ขวบ ที่ชื่นชอบสตาร์วอร์ส ชอบกินไอศกรีม ติดเกม มีครอบครัวที่อบอุ่น และแม่ที่รักเขาที่สุดในโลก แต่ออกกีป่วยด้วยโรคผิดปกติทางใบหน้าและปากแหว่งเพดานโหว่ตั้งแต่แรกเกิด ออกกีเข้ารับการผ่าตัดใบหน้ามาแล้วกว่า 27 ครั้ง

คนแปลกหน้ามักเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นหน้าเขา หลายคนมองว่าออกกีมีหน้าตาที่น่าเกลียดจนไม่อยากเข้าใกล้ แต่คนใกล้ตัวและออกกีกลับไม่คิดแบบนั้น เขาเป็นแค่เด็กชายตัวน้อยที่อยากกินไอศกรีมโดยที่เด็กคนอื่นๆ เห็นว่าเขากินจริงๆ เขาอยากแต่งชุดซูเปอร์ฮีโร่โดยไม่ต้องคอยสวมหน้ากากปิดใบหน้า เขาอยากไปโรงเรียนและเล่นกับเด็กทั่วไปอย่างปกติสุข

ต้องขอออกตัวก่อนว่าก่อนจะมาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ส่วนตัวค่อนข้างเตรียมตัวตัวมาดี ด้วยการพกทิชชู่มาหลายแผ่น แต่ก็สู้น้ำตาแห่งความรู้สึกอันหลากหลายที่หลั่งออกมาไม่ได้ เพราะเปิดฉากแรกมาก็รู้เลยว่าจะต้องมีน้ำตาแน่นอน แล้วก็ไม่ทำให้ให้ผิดหวัง ได้ใช้ทิชชู่กันสมใจ แม้ว่าจะไม่ได้ร้องไห้โฮ แต่ก็มีน้ำตาซึมออกมาแทบทุกฉากที่หนุ่มน้อยออกกีปรากฏในเรื่อง ซึ่งมีทั้งความเศร้า เสียใจ และสุขใจปนกันไป

ด้วยตัวหนังที่มีการเล่าเรื่องที่เรียกว่าแทบจะไม่ต่างจากหนังดราม่าเรื่องอื่นๆ เพียงแต่ความพิเศษของหนังก็คือ ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาของหนัง ที่ทำให้เราเกิดความประทับใจ เมื่อเป็นการเล่าเรื่องง่ายๆ แต่ก็แฝงไปด้วยพลังบางอย่างที่ถูกถ่ายทอดออกมา อีกทั้งยังมีการเล่าชีวิตของตัวละครได้รอบด้าน และเปิดชีวิตตัวละครทุกตัว ทำให้เราไม่เบื่อ เพราะตัวละครแต่ละครต่างก็มีเหตุผลในการกระทำของตัวเอง ซึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สร้างเสน่ห์ให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้

นอกจากการนำเสนอเรื่องราวของชีวิตเด็กชายใบหน้าประหลาดแล้ว หนังยังมีประเด็นที่สำคัญหลายอย่างที่ต้องการจะสื่อให้เห็น ทั้งในเรื่องของการศึกษาในโรงเรียน ปัญหาที่แต่ละครอบครัวต้องเผชิญ ซึ่งก็มีแตกต่างกันออกไป นั่นแสดงให้เห็นถึงความธรรมดาของชีวิตมนุษย์ที่ยังต้องเกิดปัญหาอยู่ตลอด มันจึงทำให้ผู้ชมสามารถคล้อยตามได้อย่างง่าย เพราะความสมจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้น

อีกทั้งหนังยังได้สะท้อนให้เห็นความเป็นธรรมชาติของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเช่นในเรื่องของการละเลยลูกบางคนเพื่อเอาใจใส่อีกเป็นพิเศษ เพราะเห็นว่าต้องการพ่อแม่มากกว่า นั่นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก และในเรื่องของสังคมในโรงเรียนที่มีทุกคนจะเห็นได้ว่าคงเคยผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาบ้างแล้ว ฉะนั้นมันจึงทำให้เรารู้สึกอินที่แม้ว่าจะเป็นการทำร้ายจิตใจกันแบบเด็กๆ แต่ก็มีเจ็บปวดได้ไม่แพ้กัน อีกทั้งด้วยความประทับภาพรวมของหนังที่สร้างแรงบันดาลใจ ขอยกให้ Wonder เป็นหนังฟีลกู๊ดแห่งปี

Wonder ชีวิตมหัศจรรย์วันเดอร์ 9.5/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

รีวิว Anna สวยสะบัดสังหาร หนังแอคชั่นพลังหญิงของ ลุค เบซ

หลังจากสร้างภาพยนตร์แอคชั่นพลังหญิงที่ทำเอาแฟนๆ ชื่นชอบสุดๆ ใน Lucy (2014) ผู้กำกับ ลุค เบซง (Luc Besson) ก็กลับมาปั้นเรื่องราวของสาวสวยอีกครั้งใน Anna สวยสะบัดสังหาร แต่คราวนี้มาในธีมของสายลับสาวในยุค 80 โดยได้นางแบบสาว ซาชา ลุสส์ (Sasha Luss) ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วใน Valerian and the City of a Thousand Planets (2017) มาขึ้นแท่นเป็นนางเอกนักบู๊คนล่าสุด

Anna

Anna สวยสะบัดสังหาร ว่าด้วยเรื่องราวของ แอนนา โพเลียโทวา สาวสวยชาวรัสเซีย หลังจากถูกค้นพบโดยแมวมองนางแบบ เธอก้าวขึ้นมาเป็นนางแบบแถวหน้าและเป็นแฟชั่นไอคอนระดับโลก แต่แอนนามีด้านที่ซ่อนไว้มากกว่าที่คนทั่วไปได้เห็น ภายใต้ความงามไร้ที่ติของเธอนั้นคือ การใช้ชีวิตอยู่ในโลกของโคตรนักฆ่าสุดอันตรายที่ก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียวมันหมายถึงชีวิต

แน่นอนว่า Anna ก็ยังคงตามสูตรหนังสายลับที่มีทั้งเรื่องของงานแอคชั่นอันเป็นจุดขาย รวมไปถึงการหักเหลี่ยมเฉือนคม ต่างฝ่ายก็ต่างกุมความลับของกันและกัน โดยสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของหนังก็หนีไม่พ้นนางเอกของเรื่อง ซึ่งเธอสามารถถ่ายทอดบทบาทของสายลับสาวที่ใฝ่หาอิสรภาพออกมาได้ดีทีเดียว ในส่วนของงานบู๊แอคชั่นแม้จะดูไม่ค่อยกระฉับกระเฉงแต่ก็ยังคงมีความสวยงาม เฟียสสุดๆ สุดกับเป็นนางแบบ แถมเผยให้เห็นลีลาแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เรียกว่าฟาดไม่ยั้งเลยทีเดียว

อีกหนึ่งส่วนที่ชอบมากๆ คือมีการหักมุมหลายชั้นทำเอาคนดูอย่างเราคาดไม่ถึง และเคลียร์ปมได้ทุกประเด็น ในส่วนนี้ถือเป็นจุดที่ทำออกมาได้สนุกมากๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางฉากบางตอนหรือบางมุกอาจจะติดเชยๆ ไปบ้าง นอกจากนั้นหนังยังได้นักแสดงเบอร์ใหญ่มามีส่วนช่วยให้หนังมีสีสันและมีส่วนสำคัญมาก ทั้งรุ่นใหญ่ เฮเลน มิร์เรน (Helen Mirren), ลุค อีแวนส์ (Luke Evans) และ คิลเลียน เมอร์ฟีย์ (Cillian Murphy)

อีกหนึ่งประเด็นที่หนังทุกเรื่องในยุคนี้พยายามสื่อให้เห็นคือ ความหลากหลายทางเพศ ที่ถูกถ่ายทอดผ่านตัวละครของ แอนนา และเพื่อนสาวนางแบบที่เธอมีความน่ารักมากๆ เมื่อเห็นจุดจบของทั้งคู่แทบใจสลายเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม แม้หนังจะทำให้ส่วนของงานบู๊แอคชั่นออกมาได้ดี แต่ดูๆ ไปแล้วยังไม่สามารถเทียบภาพยนตร์แอคชั่นพลังหญิงที่ผ่านๆ มาของผู้กำกับได้

Anna สวยสะบัดสังหาร 7.5/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์