รีวิวหนังใหม่ Aquaman เจ้าสมุทร

เข้าฉายในบ้านเราไปเป็นที่เรียบร้อยร้อยแล้ว สำหรับ Aquaman หรือที่ใช้ชื่อไทยว่า เจ้าสมุทร ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องล่าสุดของจักรวาล DC ที่แฟนหนังหลายคนอาจจะรู้จักเขาพอสมควรจาก Justice League (2017) ภาพยนตร์รวมดาวซูเปอร์ฮีโร่ของฝั่งนี้ ซึ่งเข้าฉายไปในปีที่แล้วและทำออกมาไม่ได้ค่อยถูกใจแฟนหนังเท่าที่ควร ต้องมาดูกันว่าการสร้างเรื่องราวของเจ้าสมุทรจากฝีมือผู้กำกับมากความสามารถ เจมส์ วาน (James Wan) จะสามารถกอบกู้ศักดิ์ศรีและความนิยมจากแฟนๆ คืนมาหรือไม่

Aquaman

Aquaman เจ้าสมุทร ว่าด้วยเรื่องราวต้นกำเนิดของ อาเธอร์ เคอร์รี ครึ่งมนุษย์และครึ่งแอตแลนเทียน ที่จะต้องพบกับการผจญภัยในชีวิตของเขา ซึ่งไม่ได้แค่ทำให้เขาได้รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเท่านั้น แต่ยังได้พบอีกว่าเขามีเกียรติมากพอที่ได้เกิดมาเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรใต้น้ำแอตแลนติส และกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ของโลกใบนี้

เรียกได้ว่าก่อนจะเข้าไปดู Aquaman นั้นก็สร้างความตื่นเต้นระทึกใจได้ไม่น้อยเลย หนึ่งล่ะที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าค่อนข้างเอาใจช่วยภาพยนตร์เรื่องนี้ และคาดหวังว่าจะทำออกมาให้ดีสมกับที่รอคอย ประกอบกับการชิมลางกำกับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกของ เจมส์ วาน (James Wan) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้กำกับที่มีฝีมือในยุคนี้ และในที่สุดเมื่อได้ดูหนังจนจบแล้วก็พบว่าแทบไม่ทำให้ผิดหวังเลย

มาเริ่มกันตั้งแต่พล็อตเรื่องที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะเดากันได้ว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้หนังสนุกน้อยลง เพราะระหว่างทางกว่าจะไปถึงตอนจบนั้นหนังสร้างบันเทิงได้ดีสุดๆ เรียกว่ามันส์ระเบิด สนุกแบบที่ไม่ต้องคิดอะไรมากเลย ทั้งในส่วนของการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ของ อาเธอร์ เคอร์รี รับบทโดย เจสัน โมโมอา (Jason Momoa) ที่ดูเหมือนว่าพละกำลังของเขานั้นมีความพิเศษที่ไม่เหมือนใครและด้วยคาแรคเตอร์ของเขาที่ออกจะง่ายๆ สบายๆ ติดจะขี้เล่นก็สามารถเข้าถึงแฟนๆ ส่วนใหญ่ได้มาก

รวมไปถึงการผจญภัยเพื่อพิสูจน์ตัวเองที่แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วเราจะได้ค่อยได้เห็นพัฒนาการในเรื่องของความคิดของเขาที่ชัดเจน แต่ภาพรวมของหนังที่ละลานตาไปด้วยสัตว์ใต้ท้องทะลที่มีความแปลกแหวกแนวไปจากเรื่องอื่นและความยิ่งใหญ่อลังการของอาณาจักรใต้น้ำ ทำให้เราพอจะลืมความสามัญธรรมดาของ อาเธอร์ เคอร์รี ไปได้มาก และปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวละคร เมรา ที่รับบทโดย แอมเบอร์ เฮิร์ด (Amber Heard) นั้นนับเป็นตัวช่วยชูโรงให้หนังน่าดูมากขึ้นไปอีก ฝ่ายตัวละคร ราชินีแอตแลนนา ของ นิโคล คิดแมน (Nicole Kidman) ก็ถือว่าสร้างความเซอร์ไพรส์ได้ไม่น้อยเลย

เห็นข้อดีของหนังมามากก็ใช่ว่าจะไม่มีที่ติ โดยเฉพาะเรื่องของงาน CGI ที่ในบางจุดยังคงไม่สมบูรณ์ดี บทพูดของทุกตัวละครที่ออกจะโบราณน้ำเน่า รวมไปถึงเรื่องการผูกปมของตัวละครที่ดูง่ายดายเกินไปเหมือนอย่างที่บอกในข้างต้นว่าดูแล้วก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก และเราก็จะพบว่าเส้นเรื่องของ Aquaman นั้นคือหนังสำหรับครอบครัวชัดๆ ติดแค่ว่า อาเธอร์ เคอร์รี นั้นอาจจะมีครอบครัวที่ใหญ่ไปสักหน่อยเท่านั้นเอง

Aquaman เจ้าสมุทร 8.5/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

ขอบคุณเนื้อหาจาก mthai.com

รีวิว Sensei! (My Teacher) หัวใจฉัน แอบรักเซนเซย์

จ่อคิวรอวันเข้าฉายในไทยแล้ว สำหรับภาพยนตร์รักโรแมนติก Sensei! (My Teacher) หัวใจฉัน แอบรักเซนเซย์ ฝีมือผู้กำกับหนังรัก ทาคาฮิโระ มิกิ ที่สร้างมาจากมังงะชื่อดัง แถมยังได้พระ-นางสุดฮอตมาเรียกความฟินให้กับแฟนๆ อย่าง หนุ่มหล่อ อิคุตะ โทมะ และสาวสวย ฮิโรเสะ ซึสึ จะจิ้นฟินกระจายแค่ไหนมาดูกัน

Sensei! (My Teacher)

Sensei! (My Teacher) หัวใจฉัน แอบรักเซนเซย์ ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากมังงะเรื่องดังของอาจารย์ คาซึเนะ คาวาฮาระ ว่าด้วยเรื่องราวของ ฮิบิกิ ชินาดะ เด็กสาวมัธยมปลายที่ได้แอบชอบ โคซากุ อิโต อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ อิโตได้ปฏิเสธคำสารภาพรักของลูกศิษย์ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่เมื่อเขาเริ่มสังเกตถึงความรักที่บริสุทธิ์ของเด็กสาวผู้ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ จึงกลายเป็นเรื่องราวสุดโรแมนติก

ด้วยความที่เป็นหนังรักโรแมนติกสัญชาติญี่ปุ่นก็คาดหวังพอสมควรว่าหนังจะทำออกมาได้ดีขยี้ใจคนดู แล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เนื้อเรื่องดูง่าย แต่ละฉากสวยงาม เต็มไปด้วยความฟรุ้งฟริ้ง เรียกว่าเป็นหนังที่สร้างมาเพื่อสาวๆ นั่นเอง เพราะมีการดำเนินเรื่องผ่านนางเอกซึ่งเป็นนักเรียนผู้แอบรักคุณครู และเชื่อว่าคนที่ตัดสินใจไปดูหนังเรื่องนี้น่าจะผ่านประสบการณ์การแอบรักมาเหมือนกัน

สิ่งที่ดีที่สุดของหนังคิดว่าจะน่าจะเป็นการสื่ออารมณ์ของตัวละครหลัก ซึ่งก็คืออาจารย์โคซากุ อิโต และเด็กสาว ฮิบิกิ ชินาดะ เพราะเมื่อใดที่มีฉากเข้าคู่กันดูเหมือนเคมีความดึงดูดจะเข้ากันมาก เรียกว่าฟินสุดๆ โดยเฉพาะ อิคุตะ โทมะ ที่รับบทเป็นอาจารย์นั้นหล่อละลายใจมาก น่าจะเป็นคุณครูในฝันที่สาวๆ อยากเจอเลยทีเดียว

แต่ก็ใช่ว่าหนังจะมีแต่ความฟิน ความจิ้นอย่างเดียวเสียเมื่อไหร่ หนังยังต้องการสื่อประเด็นเรื่องจรรยาบรรณและศีลธรรมของครูที่พึงมี ซึ่งมีมาทุกยุคทุกสมัย แต่ประเด็นนี้ก็ไม่ได้มีความเข้มข้นมากนัก เหมือนมีมาให้เป็นอุปสรรคข้อขัดแย้งของตัวละครที่ต้องเผชิญมากกว่า และอีกเรื่องทำให้ค่อนข้างขัดใจก็คือบางฉากในหนังก็ทิ้งช่วงนานไป ถ้ากระชับกว่านี้จะดีขึ้นมาก และไม่ยืดเยื้อจนเกินไป

นอกจากเรื่องราวความรักอันสวยงามและความเสียสละของครูหนุ่มสุดหล่อแล้ว หนังก็แทบจะไม่มีประเด็นหนักๆ ให้ต้องคิดปวดสมอง ยกเว้นเรื่องจรรยาบรรณและศีลธรรมที่ผู้ชมต้องไปชั่งใจคิดเอาเองว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร หากใครอยากผ่อนคลายสมองจากเรื่องเครียดๆ มาดูหนังสบายๆ เชื่อว่าเรื่องนี้จะโดนใจเหมือนกัน

Sensei! หัวใจฉัน แอบรักเซนเซย์ 7.5/10 เข้าฉายในไทย 8 กุมภาพันธ์ 2018

ขอบคุณเนื้อหาmthai.com

รีวิวหนัง Robin Hood พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด

เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ถูกสร้างมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว สำหรับ Robin Hood พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด ผลงานการกำกับของ ออตโต บาตเฮิร์ส (Otto Bathurst) ผู้กำกับหนังรุ่นใหม่ที่ฝากผลงานจากสองซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จอย่าง Black Mirror (2011) และ Peaky Blinders (2013) และนี่ก็ถือเป็นการกำกับหนังใหญ่ครั้งแรกที่ดูเหมือนจะไม่ได้สร้างปรากฏการณ์อย่างที่หลายคนคาดหวังไว้เท่าที่ควร

Robin Hood

Robin Hood พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด ว่าด้วยเรื่องราวในยุคเริ่มต้นของตำนาน โรบิน ฮู้ด หลังจากที่เขาไปร่วมรบในสงครามครูเสด เมื่อกลับมาจึงพบว่าเมืองของเขาถูกคนชั่วยึดครอง โรบิน ฮู้ด จึงรวบรวมตั้งกองกำลังใหม่เพื่อลุกขึ้นต่อสู้ โดยหนังได้หนุ่มหล่อมากความสามารถ ทารอน เอเจอร์ตัน (Taron Egerton) นักแสดงหนุ่มสายเลือดอังกฤษจากหนัง Kingsman: The Secret Service (2014) มาแสดงนำ แถมยังได้ เจมี ฟ็อกซ์ (Jamie Foxx) มาร่วมระเบิดความมันในครั้งนี้อีกด้วย

อย่างที่หลายๆ คนทราบดีว่า Robin Hood ในเวอร์ชั่นนี้นั้นไม่ค่อยจะมีกระแสที่ดีนักจากเมืองนอกที่ได้ชมก่อนบ้านเรา แต่ดีหรือไม่ดี สนุกหรือไม่สนุกคอหนังก็ต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง โดยส่วนตัวมีความคิดเห็นว่าด้วยตัวเนื้อเรื่องของหนังนั้นแน่นอนว่ามันมีความซ้ำซากและค่อนข้างเชย หนึ่งล่ะเพราะถูกสร้างมาหลายต่อหลายเวอร์ชั่น เราแทบจะหาความแปลกใหม่ของจอมโจรคนนี้ไม่ได้เลย อย่างไรเสียก็เชื่อว่าต้องมีคนจำนวนไม่น้อยไปร่วมพิสูจน์ความบันเทิงในครั้งนี้อีกแน่ๆ โดยเฉพาะคอหนังแอ็คชั่น

หากถามว่าสนุกไหม? ตอบได้อย่างเต็มปากว่าสนุกและได้รับความเพลิดเพลินบันเทิงใจได้ดีมาก เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าเป็นเรื่องราวของจอมโจรผู้เป็นตำนาน โดยหนังได้เล่าที่มาที่ไปของ ลอร์ดโรบินแห่งล็อกซ์ลีย์ ก่อนจะกลายมาเป็นจอมโจรผู้ปล้นคนรวยช่วยเหลือคนยากจน เรื่องราวก็ไม่ได้มีความเซอร์ไพรส์อะไรมากมาย หากเคยได้ยินเรื่องราวของ Robin Hood มาก่อนก็เป็นไปตามนั้น ซึ่งก็บอกกันตามตรงว่าแอบเบื่อนิดๆ เสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยเสน่ห์อันเหลือล้นของพ่อหนุ่ม ทารอน เอเจอร์ตัน (Taron Egerton) ก็พอจะทำให้สาวๆ สนใจมากขึ้นอีกหน่อย (หรือเปล่า?)

แต่สิ่งที่ดูเหมือนหนังจะถ่ายทอดออกมาได้ดีที่สุดก็น่าจะเป็นงานแอ็คชั่น (ก็แหงละนี่มันหนังแอ็คชั่น!) การออกลีลาบู๊ยิงธนูของตัวละครในเรื่องก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่พระเอกจอมโจรโรบินฮู้ดของเราออกปล้นพร้อมธนูุคู่ใจ และเสิร์ฟความฟินให้คอหนังด้วยฉากสโลว์โมชั่นในท่วงท่าที่สวยงามและดุดันให้เห็นกันแบบจะๆ เรียกได้ว่าเห็นแล้วแทบอยากจะลุกขึ้นปรบมือให้เสียเหลือเกิน ซึ่งหากมองข้ามความเรื่องความจำเจของตัวบทและหันไปโฟกัสความมันจากการบู๊แอคชั่นต่างๆ ก็ถือว่าหนังสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว

Robin Hood พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด 7/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

ขอบคุณเนื้อหาจาก mthai.com