รีวิว Sensei! (My Teacher) หัวใจฉัน แอบรักเซนเซย์

จ่อคิวรอวันเข้าฉายในไทยแล้ว สำหรับภาพยนตร์รักโรแมนติก Sensei! (My Teacher) หัวใจฉัน แอบรักเซนเซย์ ฝีมือผู้กำกับหนังรัก ทาคาฮิโระ มิกิ ที่สร้างมาจากมังงะชื่อดัง แถมยังได้พระ-นางสุดฮอตมาเรียกความฟินให้กับแฟนๆ อย่าง หนุ่มหล่อ อิคุตะ โทมะ และสาวสวย ฮิโรเสะ ซึสึ จะจิ้นฟินกระจายแค่ไหนมาดูกัน

Sensei! (My Teacher)

Sensei! (My Teacher) หัวใจฉัน แอบรักเซนเซย์ ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากมังงะเรื่องดังของอาจารย์ คาซึเนะ คาวาฮาระ ว่าด้วยเรื่องราวของ ฮิบิกิ ชินาดะ เด็กสาวมัธยมปลายที่ได้แอบชอบ โคซากุ อิโต อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ อิโตได้ปฏิเสธคำสารภาพรักของลูกศิษย์ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่เมื่อเขาเริ่มสังเกตถึงความรักที่บริสุทธิ์ของเด็กสาวผู้ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ จึงกลายเป็นเรื่องราวสุดโรแมนติก

ด้วยความที่เป็นหนังรักโรแมนติกสัญชาติญี่ปุ่นก็คาดหวังพอสมควรว่าหนังจะทำออกมาได้ดีขยี้ใจคนดู แล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เนื้อเรื่องดูง่าย แต่ละฉากสวยงาม เต็มไปด้วยความฟรุ้งฟริ้ง เรียกว่าเป็นหนังที่สร้างมาเพื่อสาวๆ นั่นเอง เพราะมีการดำเนินเรื่องผ่านนางเอกซึ่งเป็นนักเรียนผู้แอบรักคุณครู และเชื่อว่าคนที่ตัดสินใจไปดูหนังเรื่องนี้น่าจะผ่านประสบการณ์การแอบรักมาเหมือนกัน

สิ่งที่ดีที่สุดของหนังคิดว่าจะน่าจะเป็นการสื่ออารมณ์ของตัวละครหลัก ซึ่งก็คืออาจารย์โคซากุ อิโต และเด็กสาว ฮิบิกิ ชินาดะ เพราะเมื่อใดที่มีฉากเข้าคู่กันดูเหมือนเคมีความดึงดูดจะเข้ากันมาก เรียกว่าฟินสุดๆ โดยเฉพาะ อิคุตะ โทมะ ที่รับบทเป็นอาจารย์นั้นหล่อละลายใจมาก น่าจะเป็นคุณครูในฝันที่สาวๆ อยากเจอเลยทีเดียว

แต่ก็ใช่ว่าหนังจะมีแต่ความฟิน ความจิ้นอย่างเดียวเสียเมื่อไหร่ หนังยังต้องการสื่อประเด็นเรื่องจรรยาบรรณและศีลธรรมของครูที่พึงมี ซึ่งมีมาทุกยุคทุกสมัย แต่ประเด็นนี้ก็ไม่ได้มีความเข้มข้นมากนัก เหมือนมีมาให้เป็นอุปสรรคข้อขัดแย้งของตัวละครที่ต้องเผชิญมากกว่า และอีกเรื่องทำให้ค่อนข้างขัดใจก็คือบางฉากในหนังก็ทิ้งช่วงนานไป ถ้ากระชับกว่านี้จะดีขึ้นมาก และไม่ยืดเยื้อจนเกินไป

นอกจากเรื่องราวความรักอันสวยงามและความเสียสละของครูหนุ่มสุดหล่อแล้ว หนังก็แทบจะไม่มีประเด็นหนักๆ ให้ต้องคิดปวดสมอง ยกเว้นเรื่องจรรยาบรรณและศีลธรรมที่ผู้ชมต้องไปชั่งใจคิดเอาเองว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร หากใครอยากผ่อนคลายสมองจากเรื่องเครียดๆ มาดูหนังสบายๆ เชื่อว่าเรื่องนี้จะโดนใจเหมือนกัน

Sensei! หัวใจฉัน แอบรักเซนเซย์ 7.5/10 เข้าฉายในไทย 8 กุมภาพันธ์ 2018

ขอบคุณเนื้อหาmthai.com

รีวิวหนัง Robin Hood พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด

เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ถูกสร้างมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว สำหรับ Robin Hood พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด ผลงานการกำกับของ ออตโต บาตเฮิร์ส (Otto Bathurst) ผู้กำกับหนังรุ่นใหม่ที่ฝากผลงานจากสองซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จอย่าง Black Mirror (2011) และ Peaky Blinders (2013) และนี่ก็ถือเป็นการกำกับหนังใหญ่ครั้งแรกที่ดูเหมือนจะไม่ได้สร้างปรากฏการณ์อย่างที่หลายคนคาดหวังไว้เท่าที่ควร

Robin Hood

Robin Hood พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด ว่าด้วยเรื่องราวในยุคเริ่มต้นของตำนาน โรบิน ฮู้ด หลังจากที่เขาไปร่วมรบในสงครามครูเสด เมื่อกลับมาจึงพบว่าเมืองของเขาถูกคนชั่วยึดครอง โรบิน ฮู้ด จึงรวบรวมตั้งกองกำลังใหม่เพื่อลุกขึ้นต่อสู้ โดยหนังได้หนุ่มหล่อมากความสามารถ ทารอน เอเจอร์ตัน (Taron Egerton) นักแสดงหนุ่มสายเลือดอังกฤษจากหนัง Kingsman: The Secret Service (2014) มาแสดงนำ แถมยังได้ เจมี ฟ็อกซ์ (Jamie Foxx) มาร่วมระเบิดความมันในครั้งนี้อีกด้วย

อย่างที่หลายๆ คนทราบดีว่า Robin Hood ในเวอร์ชั่นนี้นั้นไม่ค่อยจะมีกระแสที่ดีนักจากเมืองนอกที่ได้ชมก่อนบ้านเรา แต่ดีหรือไม่ดี สนุกหรือไม่สนุกคอหนังก็ต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง โดยส่วนตัวมีความคิดเห็นว่าด้วยตัวเนื้อเรื่องของหนังนั้นแน่นอนว่ามันมีความซ้ำซากและค่อนข้างเชย หนึ่งล่ะเพราะถูกสร้างมาหลายต่อหลายเวอร์ชั่น เราแทบจะหาความแปลกใหม่ของจอมโจรคนนี้ไม่ได้เลย อย่างไรเสียก็เชื่อว่าต้องมีคนจำนวนไม่น้อยไปร่วมพิสูจน์ความบันเทิงในครั้งนี้อีกแน่ๆ โดยเฉพาะคอหนังแอ็คชั่น

หากถามว่าสนุกไหม? ตอบได้อย่างเต็มปากว่าสนุกและได้รับความเพลิดเพลินบันเทิงใจได้ดีมาก เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าเป็นเรื่องราวของจอมโจรผู้เป็นตำนาน โดยหนังได้เล่าที่มาที่ไปของ ลอร์ดโรบินแห่งล็อกซ์ลีย์ ก่อนจะกลายมาเป็นจอมโจรผู้ปล้นคนรวยช่วยเหลือคนยากจน เรื่องราวก็ไม่ได้มีความเซอร์ไพรส์อะไรมากมาย หากเคยได้ยินเรื่องราวของ Robin Hood มาก่อนก็เป็นไปตามนั้น ซึ่งก็บอกกันตามตรงว่าแอบเบื่อนิดๆ เสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยเสน่ห์อันเหลือล้นของพ่อหนุ่ม ทารอน เอเจอร์ตัน (Taron Egerton) ก็พอจะทำให้สาวๆ สนใจมากขึ้นอีกหน่อย (หรือเปล่า?)

แต่สิ่งที่ดูเหมือนหนังจะถ่ายทอดออกมาได้ดีที่สุดก็น่าจะเป็นงานแอ็คชั่น (ก็แหงละนี่มันหนังแอ็คชั่น!) การออกลีลาบู๊ยิงธนูของตัวละครในเรื่องก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่พระเอกจอมโจรโรบินฮู้ดของเราออกปล้นพร้อมธนูุคู่ใจ และเสิร์ฟความฟินให้คอหนังด้วยฉากสโลว์โมชั่นในท่วงท่าที่สวยงามและดุดันให้เห็นกันแบบจะๆ เรียกได้ว่าเห็นแล้วแทบอยากจะลุกขึ้นปรบมือให้เสียเหลือเกิน ซึ่งหากมองข้ามความเรื่องความจำเจของตัวบทและหันไปโฟกัสความมันจากการบู๊แอคชั่นต่างๆ ก็ถือว่าหนังสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว

Robin Hood พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด 7/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

ขอบคุณเนื้อหาจาก mthai.com